myRSS by MyReadyWeb.com http://www.myreadyweb.com/ ข้อมูลล่าสุดของข่าวสาร en-us ฟรี!! เว็บสำเร็จรูป สร้างเว็บ ทําเว็บ สร้างเว็บไซต์ ทําเว็บไซต์ รับทําเว็บไซต์ ทำเว็บ การสร้างเว็บไซต์ http://www.myreadyweb.com/ http://www.myreadyweb.com/images/front/logo-print.jpg 240 66 ทําเว็บ สร้างเว็บ ด้วยสุดยอดระบบ เว็บสำเร็จรูป การสร้างเว็บไซต์ ทําเว็บไซต์ จะเป็นเรื่องง่ายๆ ฟรี สร้างเว็บ ทำเว็บ สร้างเว็บไซต์ ที่ MyReadyWeb.com ​สอศ.จัดหนักตีกันซ้ำซากเด้งผอ.วิทยาลัยแน่ http://atipat.myreadyweb.com/news/topic-78265.html <div style="text-align: center;"><span style="font-size:16px;"><strong><span style="background-color:#ADD8E6;">สอศ.จัดหนักตีกันซ้ำซากเด้งผอ.วิทยาลัยแน่</span></strong></span></div> 'สุเทพ' ถก แก้เด็กตีกัน ร่วมกับ ตำรวจ วางแผนมาตรการเข้มสู่การปฎิบัติ ชี้ จุดบอดของปัญหาคือการสร้างเครือข่ายของแต่ละสถาบัน พร้อม จัดหนักพบวิทยาลัยไหนตีกันซ้ำซากย้ายผู้บริหารวิทยาลัยแน่<br /> วันนี้ (20 ก.ย.) ที่โรงแรมตรัง กทม.สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดประชุมการยกระดับการเฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา โดยมีผู้บริหาร สอศ. ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บริหารวิทยาลัยอาชีวศึกษากลุ่มเสี่ยง 53 แห่ง รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม โดย ดร.สุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า &nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยปัญหาดังกล่าว และอยากให้การแก้ปัญหานักเรียนนักศึกษาทะเลาะวิวาทนั้นมีมาตรการที่เข้มข้นและเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งอันดับแรกตนจะต้องหยุดเลือดการแก้ปัญหานี้ให้ได้ โดยการก่อเหตุจากนักศึกษาวิทยาลัยกลุ่มเสี่ยงทั้ง 53 แห่งจะต้องหมดไป รวมถึงจะมีการปรับโครงสร้างภายในสอศ.ให้มีการจัดตั้งศูนย์แก้ปัญหานักเรียนนักศึกษาทะเลาะวิวาทขึ้น เพื่อให้ดูแลการแก้ปัญหานี้โดยตรง ขณะเดียวกันวิทยาลัยอาชีวศึกษากลุ่มเสี่ยงจะต้องสร้างเครือข่ายการทำงานในการแก้ปัญหานี้อย่างจริงจังด้วย เพราะเรื่องนี้ถือเป็นจุดบอดสำคัญที่วิทยาลัยยังขาดความร่วมมืออยู่ &nbsp;ทั้งนี้หากตนยังพบวิทยาลัยทั้งรัฐและเอกชนแห่งไหนก่อเหตุซ้ำซากและเพิกเฉยในการแก้ปัญหาจะใช้มาตรการทางการบริหารทันที เช่น ตั้งสอบวินัย หรือ โยกย้ายผู้บริหารสถานศึกษา เป็นต้น นอกจากนี้อยากให้ครูอาชีวะได้ละลายพฤติกรรมการสร้างค่านิยมของรุ่นพี่เรื่องการยกพวกไปตีสถาบันอื่นด้วย เนื่องจากเราต้องสร้างภาพลักษณ์ของอาชีวศึกษาเรียนแล้วมีงานทำไม่ใช่เรียนแล้วมายกพวกตีกัน ซึ่งนักเรียนอาชีวะเหล่านี้ในอนาคตจะต้องเป็นกำลังหลักสำคัญในการพัฒนาประเทศ&nbsp;<br /> <br /> พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล &nbsp;กล่าวว่า &nbsp;หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องร่วมมือรุมสกรัมปัญหานี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้แก้ได้อย่างแน่นอน เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่แค่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงอย่างเดียว โดยที่ผ่านตนใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเข้มข้นกับเด็กนักศึกษาที่ก่อเหตุไปแล้วหลายราย แต่ปัญหาก็ยังไม่สิ้นสุด ซึ่งสิ่งสำคัญคือวิทยาลัยอาชีวศึกษาทุกแห่งจะต้องทำอย่างจริงจังกับมาตรการที่ส่วนกลางมอบให้ไป รวมถึงครูและผู้บริหารสถานศึกษาจะต้องกวดขันร่วมมือด้วย โดยเราจะต้องช่วยกันหยุดมรดกบาปเหล่านี้ เนื่องจากเด็กส่วนใหญ่มีค่านิยมผิดๆกับการยกพวกตีกันจากรุ่นพี่ เช่น เมื่อมีรุ่นน้องปี 1 เข้ามาเรียนก็จะทดสอบรุ่นน้องด้วยการให้ไปตีกับสถาบันอื่นหากไม่ทำตามก็จะถูกเรียกว่าไอ้ป๊อด เป็นต้น รวมถึงมีการลงขันภายในสถาบันเพื่อซื้ออาวุธปืนเก็บไว้ด้วย ซึ่งตนเชื่อว่ารุ่นน้องทุกคนไม่ได้อยากทำแน่แต่ด้วยความกลัวและถูกบังคับจึงเกิดค่านิยมผิดๆเหล่านี้จนถึงปัจจุบัน ดังนั้นขอฝาก สอศ.ให้เข้มงวดกับวิทยาลัยให้มากขึ้น รวมถึงส่งรายชื่อนักศึกษากลุ่มเสี่ยงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อจะได้รู้เบาะแสและเฝ้าระวังต่อไป ... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/education/599559 Thu, 21 Sep 2017 09:31:00 +0700 จุฬาฯ พบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลก http://atipat.myreadyweb.com/news/topic-78264.html <div style="text-align: center;"><span style="font-size:16px;"><strong><span style="background-color:#FFFF00;">จุฬาฯ พบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลก</span></strong></span></div> ทีมวิจัยภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลกในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ หาทางอนุรักษ์ไม่ให้สูญพันธ์ พร้อมต่อยอดเชิงอุตสาหกรรม<br /> พุธที่ 20 กันยายน 2560 เวลา 13.21 น.<br /> <br /> <br /> วันนี้(20 ก.ย. ) ที่อาคารเคมี 2 คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &nbsp;ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ จัดแถลงข่าวการค้นพบ 'แมงมุมฝาปิดโบราณชนิดใหม่ของโลกในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ โดย รศ.ดร.พลกฤษณ์ แสงวณิช คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า คณะวิทยาศาสตร์ต้องการเผยแพร่ผลงานวิจัยของภาควิชาชีววิทยาในการค้นพบสิ่งมีชีวิตใหม่ ซึ่งเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ และผลงานชิ้นนี้มีความโดดเด่นที่จะถูกนำไปสู่การพัฒนาต่อยอดงานวิจัย และประยุกต์ใช้กับด้านอุตสาหกรรม และการแพทย์ในอนาคต อีกทั้งเป็นตัวจุดประกายก่อให้เกิดความร่วมมือในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติมากขึ้นด้วย<br /> <br /> ผศ.ดร.นพดล กิตนะ หัวหน้าภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาคณะวิทยาศาสตร์ ค้นพบสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ของโลกในประเทศไทยแล้ว 51 ชนิด เป็นการบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร แต่เราไม่อาจนำมาใช้ประโยชน์ได้ทันที ต้องผ่านศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเรื่องราวของแมงมุมมีความน่าตื่นเต้น โดยเฉพาะเส้นใยที่มีความเหนียวแน่นมาก จึงน่าจะทำการศึกษาวิจัยต่อและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ในวงการอุตสาหกรรมอย่างเสื้อเกราะกันกระสุนได้<br /> &nbsp;นายภาณุเดช &nbsp;เกิดมะลิ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า พื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์เป็นความหวังและโอกาสในการฟื้นฟูและอนุรักษ์สัตว์ป่า ทั้งในระดับประเทศไทยและนานาชาติ เนื่องจากมีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งป่าไม้ และสัตว์ป่า ซึ่งในอนาคตกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช มีแนวคิดที่จะประกาศพื้นที่บริเวณแม่วงก์ เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติด้วย อย่างไรก็ตามการค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณ ทำให้ได้เห็นถึงการศึกษาวิจัยที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้เจอสัตว์ชนิดใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อมนุษย์ และโลก และเป็นจุดเริ่มต้นในการฟื้นฟู และดูแลทรัพยากรธรรมชาติให้ดี โดยต้องมีการบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพ เพื่อทำให้ป่าไม้ และสัตว์ป่ามีความสมบูรณ์อย่างยั่งยืน&nbsp;<br /> <br /> <br /> <br /> นายวรัตถ์ ศิวายพราหมณ์ นักศึกษาปริญญาโท คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ผู้วิจัยหลักในทีมศึกษาและค้นพบแมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์ (Liphostius maewongensis Sivayyapram)กล่าวว่า แมงมุมถือเป็นสัตว์ผู้ล่า (Predator) ที่มีความหลากหลายสูงที่สุดในระบบนิเวศน์ ในปัจจุบันมีการค้นพบแล้วมากกว่า 46,000ชนิด และมีการคาดการณ์เอาไว้ว่าอาจมีจำนวนมากถึง 200,000 ชนิด ซึ่งในจำนวนนี้ไม่มีแมงมุมกลุ่มใดเลยที่จะหาได้ยากในธรรมชาติและเก่าแก่ไปกว่ากลุ่มของแมงมุมฝาปิดโบราณ (Liphistiidae,Mesthelae) โดยแมงมุมฝาปิดโบราณนั้น เป็นหนึ่งในซากดึกดำบรรพ์มีชีวิต เนื่องจากยังคงมีลักษณะหลายประการที่เหมือนกับบรรพบุรุษที่เคยมีชีวิตอยู่เมื่อหลายล้านปีก่อน เช่น การที่แผ่นปิดท้องยังไม่รวมเป็นแผ่นเดียว และการที่มีอวัยวะสร้างใย อยู่กลางลำตัวซึ่งลักษณะทั้ง 2ประการนี้ไม่พบในแมงมุมกลุ่มอื่นๆ จากหลักฐานด้านบรรพชีวินวิทยาแสดงให้เห็นว่าบรรพบุรุษของแมงมุมฝาปิดโบราณอาจมีการถือกำเนิดตั้งแต่เมื่อประมาณ 300 ล้านปีก่อน&nbsp;<br /> <br /> นายวรัตถ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีรายงานการค้นพบแล้ว 96 ชนิด ซึ่งถือว่ามีจำนวนน้อยกว่า 1% เมื่อเทียบกับจำนวนแมงมุมทั้งหมด โดยส่วนใหญ่จะกระจายพันธุ์อยู่ในประเทศญี่ป่น และด้านตะวันออกของประเทศจีนและแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยแมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์ ถือได้ว่าเป็นแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดที่ 97 ของโลกและเป็นชนิดที่ 33 ที่ถูกค้นพบในประเทศไทย ซึ่งแมงมุมฝาปิดโบราณชนิดนี้สามารถค้นพบได้เฉพาะในพื้นที่ของอุทยานแม่วงก์ที่ระดับความสูงมากกว่า 1,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นไป ซึ่งพบไม่เกิน 200 ตัว'นายวรัตถ์ กล่าว และว่า &nbsp;แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์จะทำรังอยู่พื้นที่ที่มีลักษณะเป็นหน้าผาดินที่มีความชันสูง โดยขุดดินลึกลงไปประมาณ 10-20 เซนติเมตร แล้วจะชักใยบุผนังโพรงด้านในเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการดำรงชีวิต นอกจากนี้ที่ปากทางเข้าออกจะมีการสร้างฝาปิดเพื่ออำพรางทางเข้าออก และมีการสร้างเส้นใยรัศมีเพื่อรับแรงสั้นสะเทือนเมื่อมีเหยื่อมาสัมผัส ที่น่าสนใจ คือแมงมุงฝาปิดโบราณแม่วงศ์มีการสร้างรัง 2 รูปแบบที่แตกต่างกัน คือรังรูปแบบท่อตรงที่มีเพียงทางเข้าออกเดียว และรังรูปแบบตัว T ที่มีทางเข้าออก 2 ทาง คาดว่าทางออกที่สร้างขึ้นมาทีหลังไว้สำหรับเป็นทางออกสำรองเพื่อหลบหนี &nbsp;อย่างไรก็ตาม คาดว่าแมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์ สามารถค้นพบได้ที่อุทยาแห่งขาติแม่งวงก์เพียงอย่างเดียว เนื่องจากเป็นสัตว์ที่มีความจำเพาะต่อแหล่งที่อยู่อย่างมาก เพราะในพื้นที่แม่วงศ์เองถ้าพื้นที่ต่ำกว่า 1000 เมตร ก็ไม่สามารถพบแมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์ได้<br /> <br /> &nbsp;<br /> นายวรัตถ์ กล่าวต่อไปว่า แมงมุม ถึงจะเป็นสิ่งมีชีวิตเล็ก แต่เป็นผู้ล่าที่มีจำนวนมาในระบบนิเวศน์ เปรียบเสมือนกลไกในการขับเคลื่อนระบบนิเวศน์ให้ยั่งยืน พื้นที่ใดมีแมงมุมมาก แสดงว่ามีเหยื่อ หรือแมลงที่มากพอ และสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ &nbsp;ซึ่งการค้นพบครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าแม่วงก์ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากแมงมุมฝาปิดโบราณทุกชนิดจะใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตอยู่ภายในรัง ทำให้สามารถพบแมงมุมกลุ่มนี้ได้เฉพาะพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์เท่านั้น&nbsp;<br /> <br /> 'แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์ เหมือนแมงมุมส่วนใหญ่ที่มีการพัฒนาของต่อมสร้างพิษที่บริเวณเขี้ยวแต่อย่างไรก็ตาม พิษของแมงมุมฝาปิดโบราณมีไว้เพื่อจัดการกับแมลงและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กที่เป็นเหยื่อของพวกมัน ดังนั้น พิษของแมงมุมกลุ่มนี้จึงไม่ได้เป็นอันตรายกับมนุษย์ สำหรับประโยชน์ที่ได้รับจากการค้นพบแมงมุมดังกล่าวในครั้งนี้ มีทั้งเชิงวิชาการ ที่นักวิจัยจะต้องทำการศึกษาเพิ่มเติมถึงการมีอยู่ เชิงอนุรักษ์ เพราะแมงมุมเป็นสัตว์ที่แสดงให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ในป่าแม่วงก์ &nbsp;และเชิงการท่องเที่ยว โดยประเทศเพื่อนบ้านที่มีการค้นพบแมงมุมกลุ่มนี้ ได้นำมาทำเป็นสัญลักษณ์ทางการท่องเที่ยว ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวอย่างมาก&rdquo;นายวรัตถ์ กล่าว<br /> <br /> <br /> <br /> ดร.ณัฐพจน์ วาฤทธิ์ อาจารย์ที่ปรึกษาและอาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า แนวทางที่จะสามารถอนุรักษ์แมงมุมฝาปิดโบราณแม่วงก์ไม่ให้สูญพันธ์นั้น อาจจะดำเนินการตามแนวทางของประเทศมาเลเซีย ที่ทำให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์ และเป็นไฮไลท์ของสถานที่แห่งนั้น เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าชม แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการจัดบริเวณในการเดินชม ซึ่งไม่ควรให้เข้าไปสัมผัส หรือจับได้ นอกจากนั้น ต้องมีการศึกษาต่อเนื่องถึงคุณสมบัติของใยแมงมุม เนื่องจากเป็นใยที่สามารถรับแรงสั่นสะเทือนได้ ดังนั้นในอนาคตคงต้องศึกษาวิจัยถึงสารทางชีววิทยาของใยแมงมุม เพื่อนำมาพัฒนาใช้ในทางอุตสาหกรรม ในการผลิตเสื้อผ้าที่มีความทนทาน หรือ ตัวถังรถยนต์ ต่อไป<br /> &nbsp;... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/education/599492 Thu, 21 Sep 2017 09:30:00 +0700 วธ.โชว์ผลงานวิถีชุมชนคุณธรรม http://atipat.myreadyweb.com/news/topic-78263.html <div style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:16px;"><span style="background-color:#DDA0DD;">วธ.โชว์ผลงานวิถีชุมชนคุณธรรม</span></span></strong></div> 'กฤษศญพงษ์' เปิดตลาดนัดวิถีชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โชว์ผลงานชุมชนคุณธรรมในจังหวัดเพชรบูรณ์ มั่นใจธันวาคมนี้ขยายได้ 7 พันชุมชน จากที่มีอยู่ 878 ชุมชนทั่วประเทศ<br /> พุธที่ 20 กันยายน 2560 เวลา 15.21 น.<br /> <br /> วันนี้ (20 ก.ย.) ที่พุทธอุทยานเพชบุระ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ นายกฤษศญพงษ์ ศิริ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานเปิดตลาดนัดวิถีชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2560 โดย นายกฤษศญพงษ์ กล่าวว่า ชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหนึ่งในโครงการที่อยู่ในยุทธศาสตร์ชาติระยะ20 ปี ของรัฐบาลที่กำหนดวิสัยทัศน์ว่า &ldquo;ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน&rdquo; เพื่อให้เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และเพื่อให้คนไทยมีความสุข ซึ่ง วธ.ได้สนับสนุนการจัดตั้งชุมชนคุณธรรมฯ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอพียงมาปฏิบัติในการดำรงชีวิต โดยใช้ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ นำทุนทางวัฒนธรรมมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนและท้องถิ่น<br /> <br /> ' ชุมชนคุณธรรม เป็นชุมชนที่มีความโดดเด่นบนพื้นฐาน 3 ประการ คือ 1.ยึดและปฏิบัติตามหลักธรรม คุณธรรมของแต่ละศาสนา 2.น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปฏิบัติ 3.ดำรงชีวิตตามแบบวิถีวัฒนธรรมไทย &nbsp; สามารถพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์มาสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งขณะนี้มีเครือข่ายชุมชนคุณธรรมฯ จำนวน 878 ชุมชนทั่วประเทศ และ วธ. จะขยายให้ได้จำนวน &nbsp;7,000 ชุมชนภายในเดือนธันวาคมนี้' ปลัด วธ. กล่าว<br /> <br /> ทั้งนี้การเปิดตลาดนัดวิถีชุมชนคุณธรรมน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง &nbsp;เป็นส่วนหนึ่งในงานประเพณีอุ้มพระดำน้ำ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประจำปี 2560 ซึ่งมีการจัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้นระหว่างวันที่ 20 - 23 ก.ย. 2560 ณ พุทธอุทยานเพชบุระ &nbsp;อาทิ นิทรรศการ &ldquo;การเสด็จเยือนเพชรบูรณ์&rdquo; การประกวดสำรับอาหารพื้นบ้าน การแสดงผลงานของชุมชนคุณธรรม &nbsp;ผลงานของบุคคลและองค์กรต้นแบบด้านคุณธรรม &ldquo;พอเพียง วินัย สุจริต จิตอาสา&rdquo; นิทรรศการประเพณีแหล่งท่องเที่ยว งานศาสนา เป็นต้น&nbsp;<br /> ... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/education/599542 Thu, 21 Sep 2017 09:29:00 +0700